
วิธีใช้ GPS tracker 102B เก็บข้อมูลการเดินทาง
มาดูบน Google Earth และ Google Maps
GPS tracker 102B จะมีฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มขึ้นมา
คือมีระบบเก็บข้อมูลการเดินทาง หรือ Data Logger
ปกติ ฟังก์ชั่นนี้จะทำงานอัตโนมัติเมื่อ
ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ หรือ สัญญาณ GPRS
แต่เราสามารถสั่งงานแบบ manual ได้ ![]()
การใช้งานเริ่มจากส่งคำสั่ง save ไปที่ GPS tracker ![]()
เพื่อเปิดทำการบันทึกข้อมูลเดินทาง รูปแบบคำสั่งคือ
"save+ระยะห่างเวลาบันทึก+หน่วย+จำนวนจุดที่บันทึก+n+password"
โดย ระยะห่างเวลาบันทึก ต้องเป็นตัวเลข 3 หลักเท่านั้น
ส่วนหน่วย ใช้ h สำหรับชั่วโมง, m สำหรับนาที, s สำหรับวินาที
จำนวนจุดที่บันทึก ต้องเป็นตัวเลข 3 หลักเท่านั้น
หรืออาจใช้ "***" (ดอกจัน 3 ตัว) แทนการบันทึกไม่กำหนดจำนวน
ตามตัวอย่างพิมพ์ "save030s***n123456"
คือ บันทึกทุกๆ 30 วินาที ไม่จำกัดจำนวน![]()
เนื่องจากปกติ GPS tracker เมื่อทำงานในโหมด GPRS หรือ Tracking Realtime
จะมีการเช็คตำแหน่งและส่งข้อมูลเข้า server ตลอดเวลา
แต่เมื่อเราไม่ได้ใช้โหมดนี้
เครื่องจะเข้าโหมด standby อัตโนมัติหลังไม่ใช้งาน 5 นาที
และไม่มีการเช็คพิกัดใหม่ ทำให้เก็บข้อมูลพิกัดเดิมซ้ำๆ ![]()
ทางแก้ก็คือ ให้ใช้คำสั่งที่ทำให้เครื่องตรวจเช็คพิกัดเรื่อยๆ
ในตัวอย่างใช้คำสั่ง stockade เป็นคำสั่งตรวจสอบการออกนอกขอบเขต
โดยกำหนดขอบเขตพิกัดไว้ที่ค่าต่ำสุดและสูงสุดของบนโลก ![]()
พิกัด lat,long ต่ำสุดคือ 0.000000,0.000000
พิกัด lat,long สูงสุดคือ 90.000000,180.000000
พิมพ์คำสั่งตามนี้ "stockade123456 0.000000,0.000000;90.000000,180.000000"
หลังจากนั้นสามารถนำไปใช้งานเพื่อบันทึกการเดินทาง
โดยที่เรายังสามารถขอพิกัดได้ตามปกติ ![]()
*หมายเหตุ ก่อนนำไปใช้งาน ควรนำเครื่องไปไว้ที่โล่งประมาณ 5-10 นาที
เพื่อให้ได้พิกัดก่อน ตรวจสอบได้โดยโทรฯเข้าเครื่อง แล้วรอ SMS ตอบกลับ
ถ้ามีค่า lat และ long แสดงว่าเครื่องสามารถเช็คตำแหน่งได้แล้ว
เมื่อนำเครื่องไปบันทึกการเดินทางแล้ว
วิธีดึงข้อมูลขึ้นมาทำโดยต่อสาย USB กับตัวเครื่อง ![]()
* ก่อนต่อสาย USB ต้องปิดเครื่องก่อน โดยกดปุ่ม ON/OFF ค้างไว้ 5 วินาที

(1) คอมพิวเตอร์จะเห็น Removable Disk 2 ตัว ![]()
ข้อมูลจะอยู่ที่ตัวแรก ไฟล์จะเป็นแบบ text ตั้งชื่อเป็น ปีเดือนวัน ที่บันทึก
(2) ให้คลิกเมาส์ปุ่มขวาค้างไว้ที่ไฟล์
แล้วลากไปไว้บนโฟลเดอร์ของคอมพิวเตอร์ที่เราต้องการเก็บ
(3) จากนั้นปล่อยปุ่มเมาส์ แล้วเลือกไปที่ Move here
เมื่อได้ไฟล์มาไว้ที่คอมพิวเตอร์แล้ว
เนื่องจากไฟล์ที่ได้จะมีรูปแบบเป็น NMEA ![]()
(1) ให้ทำการแปลงไฟล์ โดยเปิด IE แล้วเข้าไปที่เว็บไซต์
(2) คลิกที่ Browse... แล้วเลือกไปที่โฟลเดอร์และไฟล์ที่เราเก็บไว้
(3) จากนั้นคลิกที่ Convert NMEA to KML ![]()
(1) ที่ด้านล่างของ IE จะมีกรอบขึ้นมา ให้คลิกที่รูปสามเหลี่ยมข้าง Save
(2) แล้วเลือกไปที่ Save as ![]()
(1) ที่ช่อง Save as type: ให้เลือกเป็น All Files
(2) ที่ช่อง File name: ให้เติม .kml ต่อท้าย ![]()
(3) จากนั้นคลิกที่ Save
ไฟล์ที่ได้จะเป็นแบบ KML
สามารถเปิดได้บน Google Earth และ Google Maps
การเปิดดูบน Google Earth ![]()
ให้ทำการติดตั้งโปรแกรม Google Earth สามารถ download ได้จาก
http://www.google.com/intl/th/earth/download/ge/agree.html
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้เปิดโปรแกรม
(1) เลือกไปที่เมนู File แล้วเลือกที่ Open (หรือกด Ctrl + O)
(2) เลือกไปที่โฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ ![]()
(3) เลือกไฟล์ที่แปลงได้มา ซึ่งจะเป็นแบบ KML ไม่ใช่ text
(4) คลิกไปที่ Open
เส้นทางที่ทำการบันทึกจะแสดงซ้อนบน Google Earth ![]()

การเปิดดูบน Google Maps ![]()
* จำเป็นต้องมี Account ของ Gmail ก่อน สามารถสมัครได้ฟรี
(1) ให้เปิดไปที่เว็บ
(2) Sign in เข้าระบบ
(3) คลิกไปที่ My places
(4) คลิกไปที่ CREATE MAP
(1) คลิกไปที่ Import ![]()
(2) คลิกที่ Browser... แล้วเลือกไปที่โฟลเดอร์และไฟล์ที่แปลงมา
(3) คลิกที่ Upload from File
จะได้รายละเอียดเส้นทางการเดินทางซ้อนบน Google Maps ![]()
ใช้งานจริงไม่ยากครับ
พอรู้ขั้นตอนแล้วจะสามารถทำได้ง่ายมากๆ ![]()